1975 Legacy - บทบันทึกแห่ง Saignelégier ที่ถ่ายทอดผ่านกาลเวลา
เนื่องในโอกาสวันที่ 23 มิถุนายน ซึ่งเป็นวันสำ คัญทางประวัติศาสตร์ของการก่อตั้งรัฐฌูรา (Jura) มอริส ลาครัวซ์ (Maurice Lacroix) ร่วมเฉลิมฉลองสายสัมพันธ์อันลึกซึ้งระหว่างแบรนด์กับหมู่บ้าน Saignelégier อันเป็นที่ตั้งของโรงงาน ผลิตนาฬิกา ด้วยการเปิดตัว 1975 Legacy รุ่นลิมิเต็ด เอดิชัน 2 รุ่นพิเศษ เพื่อยกย่องดินแดนอันเปี่ยมด้วยแรงบันดาลใจ แห่งนี้ ซึ่งหล่อหลอมขึ้นจากมรดกแห่งการทำ นาฬิกาและวัฒนธรรมการขี่ม้าอันเป็นเอกลักษณ์
เรือนเวลาทั้งสองรุ่นได้รับการออกแบบขึ้น ณ Saignelégier และผลิตจำ นวนจำ กัดเพียงรุ่นละ 500 เรือน ถ่ายทอดความสง่า งามเหนือกาลเวลาผ่านลวดลาย “Vagues du Jura” (Jura Waves) อันเป็นเอกลักษณ์ พร้อมภาพสลัก Marché-Concours Hall บนฝาหลัง สะท้อนเรื่องราวและจิตวิญญาณของภูมิภาค Franches-Montagnes ได้อย่างงดงาม ขณะที่คุณภาพการ ผลิตและงานตกแต่งอันประณีตยังคงเป็นบทพิสูจน์ถึงความเชี่ยวชาญด้านงานฝีมือสวิสอันโดดเด่นของมอริส ลาครัวซ์
เรื่องราวที่เชื่อมโยงกันผ่านกาลเวลา
วันที่ 23 มิถุนายน 1974 ถือเป็นอีกหนึ่งหน้าสำ คัญของประวัติศาสตร์สวิตเซอร์แลนด์ เมื่อประชาชนลงประชามติรับรองการก่อ
ตั้งรัฐฌูรา โดยได้รับการสนับสนุนอย่างล้นหลามจากภูมิภาค Franches-Montagnes ความภาคภูมิใจในเหตุการณ์ครั้งนั้นยัง
คงส่งต่อมาจนถึงปัจจุบัน
หนึ่งปีต่อมาในปี 1975 นาฬิการุ่นแรกของ Maurice Lacroix ได้ถือกำ เนิดขึ้น ก่อนที่การผลิตจะย้ายมาตั้งอยู่ใน Saignelégier
ดินแดนที่มีประวัติศาสตร์การผลิตนาฬิกายาวนานมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 18 ด้วยคุณภาพวัสดุ งานตกแต่งที่ประณีต และความ
พิถีพิถันในทุกรายละเอียด เรือนเวลาของแบรนด์จึงกลายเป็นตัวแทนของความเชี่ยวชาญแห่งฌูราที่ได้รับการยอมรับจากผู้คน
ทั่วโลก
1975 Legacy รุ่นพิเศษทั้งสองเรือนจึงเปรียบเสมือนการบอกเล่าเรื่องราวของสองเหตุการณ์สำ คัญที่มีจุดเริ่มต้นร่วมกันจาก
ดินแดนแห่งเดียวกัน ลวดลาย “Vagues du Jura” ที่ได้รับการจดสิทธิบัตรถูกนำ มาถ่ายทอดบนหน้าปัดสี Powder Silver และ
Slate Grey อย่างงดงาม โดยได้รับแรงบันดาลใจจากลวดลาย Geneva Stripes และทิวทัศน์ของเทือกเขาฌูราอันเป็นฉากหลัง
ของโรงงานผลิตนาฬิกา
ความโดดเด่นยังต่อเนื่องไปยังฝาหลังตัวเรือน ซึ่งสลักภาพ Marché-Concours Hall อาคารสัญลักษณ์สำ คัญของภูมิภาค
พร้อมม้าสามตัวในฉากหน้า อันเป็นตัวแทนของม้าพันธุ์ Franches-Montagnes ม้าพื้นเมืองเพียงสายพันธุ์เดียวของสวิตเซอร์
แลนด์ เหนือภาพสลักประณีตนี้คือข้อความ “Maurice Lacroix, Saignelégier” ที่ตอกย้ำ ความภาคภูมิใจในบ้านเกิดของแบรนด์
หวนคืนสู่ต้นกำ เนิดแห่งความคลาสสิก
1975 Legacy คือส่วนหนึ่งของคอลเลกชัน 1975 ซึ่งเป็นไลน์นาฬิกาที่สะท้อนความคลาสสิกอย่างแท้จริงของ Maurice Lacroix การออกแบบได้รับแรงบันดาลใจจากคอลเลกชัน Les Classiques ที่เปิดตัวในปี 1988 ผ่านการศึกษาคลังข้อมูล ประวัติศาสตร์ของแบรนด์อย่างละเอียด ก่อนนำ มาตีความใหม่ในรูปแบบร่วมสมัยที่ยังคงรักษาเสน่ห์ดั้งเดิมไว้อย่างครบถ้วน ผลลัพธ์ที่ได้คือเรือนเวลาที่ผสานมรดกอันทรงคุณค่าเข้ากับความเชี่ยวชาญด้านการผลิตนาฬิกาสมัยใหม่ พร้อมมอบความ เที่ยงตรง ความน่าเชื่อถือ และความสง่างามที่พร้อมอยู่เหนือกาลเวลา
ศิลปะแห่งความประณีต
1975 LEGACY สะท้อนความพิถีพิถันในทุกองค์ประกอบ ลวดลาย “VAGUES DU JURA” บนหน้าปัดได้รับการรังสรรค์
ด้วยเทคนิคงานฝีมือเฉพาะทาง ขณะที่หน้าปัดย่อยวินาทีขนาดเล็กตกแต่งด้วยลายกิโยเช่ (GUILLOCHÉ) เพิ่มมิติและ
ความลุ่มลึกให้กับดีไซน์ รายละเอียดบนหน้าปัดผ่านการเจียระไนแบบ DIAMOND-CUT และเคลือบสีทอง 4N ตัดกับพื้นหน้า
ปัดสี POWDER SILVER หรือ SLATE GREY ได้อย่างโดดเด่น เข็มชั่วโมงและนาทีทรง DAUPHINE แบบเหลี่ยมคม รวมถึง
หลักชั่วโมง ล้วนติดตั้งด้วยมืออย่างประณีต พร้อมช่องแสดงวันที่ ณ ตำ แหน่ง 3 นาฬิกา และกระจกแซฟไฟร์ทรง BOXSHAPED ที่ช่วยเติมกลิ่นอายวินเทจอย่างสง่างาม
ตัวเรือนสเตนเลสสตีลขนาด 39 มิลลิเมตร ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจากคอลเลกชัน MASTERPIECE โดดเด่นด้วยพื้นผิวขัด
ซาตินทั้งด้านบนและด้านข้าง ขณะที่หัวสกรูยึดฝาหลังได้รับการออกแบบเป็นรูปกางเขนสวิส สะท้อนรากเหง้าแห่งงานฝี
มือสวิส พร้อมคุณสมบัติการกันน้ำ ระดับ 5 ATM
เสริมความคลาสสิกด้วยสายหนังสีดำ ลายหนังจระเข้ ตกแต่งด้วยโลโก้ “M” เคลือบ PVD สีทอง 4N และตัวล็อกแบบ BUTTERFLY FOLDING CLASP พร้อมระบบ EASY STRAP EXCHANGE ที่ช่วยให้เปลี่ยนสายได้อย่างรวดเร็วโดยไม่ต้องใช้
เครื่องมือ รองรับทุกไลฟ์สไตล์และทุกโอกาสในการสวมใส่
ภายในตัวเรือนคือกลไกอัตโนมัติ SWISS MADE รหัส ML158 ซึ่งมอบพลังงานสำ รองนานถึง 60 ชั่วโมง โรเตอร์ที่ตกแต่ง
ด้วยลาย GENEVA STRIPES และลายก้นหอย (SPIRAL FINISHING) จะคอยสะสมพลังงานจากการเคลื่อนไหวของผู้สวม
ใส่ เพื่อขับเคลื่อนเรือนเวลาอย่างต่อเนื่องและแม่นยำ
1975 LEGACY รุ่นลิมิเต็ด เอดิชันทั้งสองเรือน คือบทสดุดีแด่ภูมิภาค FRANCHES-MONTAGNES ดินแดนที่เป็นหัวใจ
สำ คัญของ DNA แห่ง MAURICE LACROIX ถ่ายทอดความสง่างามเหนือกาลเวลา ผสานงานฝีมืออันประณ
นี่คือเวลาของคุณกับ MAURICE LACROIX
เริ่มตั้งแต่ปี 1975 ที่ มอริส ลาครัวซ์ (Maurice Lacroix) ได้รวมเอาสไตล์คนเมืองและงานฝีมือระดับสวิสไปพร้อมกับการมอบ
คุณค่าเข้าไว้ด้วยกัน จนเป็นที่รับรู้กันได้ในระดับสูง
ศูนย์การผลิตที่ตั้งอยู่ในใจกลาง Franches-Montagnes ได้แสดงให้เห็นถึงความเชี่ยวชาญในการผลิตนาฬิกามาหลายต่อ
หลายครั้งในการสร้างสรรค์กลไก รวมทั้งกลไกที่ผลิตขึ้นเองและรุ่นบุกเบิกมากมายอีกหลายรุ่นขึ้นมา จนมาถึง MASTERPIECE
Square Wheel (2010), MASTERPIECE Mysterious Seconds (2013) และ Triple Rétrograde (2021) นาฬิกาที่ล้ำ สมัยรวม
ถึงนาฬิการุ่นอื่นๆ อีกมากมายเหล่านี้ได้รับการพิสูจน์แล้วว่าเป็นที่ชื่นชอบในแวดวงของการสะสมนาฬิกา และทำ ให้แบรนด์ได้รับ
รางวัลมามากกว่า 15 รายการ
ในปี 2014 หลังจากที่นำ นาฬิการุ่น Calypso ซึ่งเป็นนาฬิกาที่มีการสร้างครั้งสุดท้ายในปี 2003 กลับมาใหม่ ทีมงานฝ่าย
สร้างสรรค์ของแบรนด์ได้พยายามที่จะรังสรรค์นาฬิการุ่นนี้ขึ้นมาอีกครั้งสำ หรับผู้คนในยุคใหม่ สองปีต่อมา (ปี 2016) มอริส
ลาครัวซ์ (Maurice Lacroix) ก็ได้เปิดตัวคอลเลคชั่น AIKON นาฬิกาสไตล์เมืองที่โดนใจทั้งกลุ่มคนรุ่นมิลเลนเนียลกับเจนซี โดย
คอลเลคชั่นนี้ได้สร้างความฮือฮาและเป็นแรงผลักดันให้แบรนด์ตัดสินใจเปิดตัวนาฬิกา AIKON รุ่นใหม่ และในวันนี้ มอริส ลาครัว
ซ์ (Maurice Lacroix) ยังได้ตามหาแรงบันดาลใจจากมหานครที่ยิ่งใหญ่ของโลก โดยยังคงถ่ายทอดความมีชีวิตชีวาที่พบได้
ทั่วไปตามท้องถนนและสร้างสรรค์นาฬิกาที่เหมาะกับการใช้ชีวิตในเมือง