ื่องในโอกาสวันที่ 23 มิถุนายน ซึ่งเป็นวันสำ คัญทางประวัติศาสตร์ของการก่อตั้งรัฐฌูรา (Jura) มอริส ลาครัวซ์ (Maurice Lacroix) ร่วมเฉลิมฉลองสายสัมพันธ์อันลึกซึ้งระหว่างแบรนด์กับหมู่บ้าน Saignelégier อันเป็นที่ตั้งของโรงงาน ผลิตนาฬิกา ด้วยการเปิดตัว 1975 Legacy รุ่นลิมิเต็ด เอดิชัน 2 รุ่นพิเศษ เพื่อยกย่องดินแดนอันเปี่ยมด้วยแรงบันดาลใจ แห่งนี้ ซึ่งหล่อหลอมขึ้นจากมรดกแห่งการทำ นาฬิกาและวัฒนธรรมการขี่ม้าอันเป็นเอกลักษณ์
PONTOS S Solar ขับเคลื่อนด้วยพลังงานแสงและรังสรรค์ขึ้นเพื่อความแม่นยำ โดยผสานสุนทรียภาพอันทันสมัยเข้ากับเทคโนโลยีพลังงานแสงอาทิตย์ขั้นสูง ในรูปลักษณ์ที่โฉบเฉี่ยวและเปี่ยมด้วยกลิ่นอายสปอร์ต
Maurice Lacroix และ Real Betis Balompié ประกาศความร่วมมือครั้งใหม่ โดยแบรนด์นาฬิกาจากสวิตเซอร์แลนด์แห่งนี้จะเข้ามาเป็นพันธมิตรด้านนาฬิกาอย่างเป็นทางการของสโมสร สำหรับช่วงเวลาที่เหลือของฤดูกาล 2025/2026 และตลอดฤดูกาล 2026/2027
นาฬิกาในคอลเล็กชัน 1975 ที่ขึ้นชื่อว่ามีความคลาสสิกอย่างที่สุดของ Maurice Lacroix ได้หวนกลับมาอีกครั้งในสเกลใหม่ที่พร้อมยกระดับความน่าดึงดูดใจได้มากยิ่งกว่าเดิม นาฬิกา 1975 Quartz ขนาด 33 มม. รุ่นใหม่นี้ ถ่ายทอดความงดงามอย่างประณีตผ่านสัดส่วนที่ได้สมดุล เหมาะสำหรับทุกข้อมือที่ให้คุณค่ากับความพิถีพิถันอันเหนือระดับ นาฬิกาประดับด้วยเพชรแท้ หน้าปัดขัดเงาแบบซันบรัช รังสรรค์ขึ้นจากเปลือกหอยมุกสีชมพูหรือสีขาว และโดดเด่นด้วยสไตล์ทูโทน: ทั้งแปดรุ่นถ่ายทอดความประทับใจให้กับโลกแห่งเรือนเวลาได้อย่างงดงามและไร้ที่ติ
เป็นเวลานานกว่า 25 ปี ที่มอริส ลาครัวซ์ (Maurice Lacroix) ได้รังสรรค์การบอกเวลาแบบ Retrograde ซึ่งเป็นความพิเศษที่หาได้ยากที่กลายมาเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ ในโอกาสนี้ สถานที่ผลิตใน Saignelégier จึงเผยโฉมกลไก Masterpiece รุ่นที่ 26 ที่มาพร้อมการบอก เวลาแบบ Retrograde ในช่วงกลางวัน ช่องแสดงวันที่ขนาดใหญ่ และจอแสดงผลแบบ สเกเลตันที่สะดุดดตา นาฬิการุ่น 1975 Master Grand Date Retrograde มอบความเป็นเลิศ ที่เข้าถึงได้และเคารพมรดกอันล้ำค่าของแบรนด์ และมอบมุมมองใหม่ในด้านของเวลา