30 มกราคม 2026

1975 Quartz 33mm

นาฬิกาในคอลเล็กชัน 1975 ที่ขึ้นชื่อว่ามีความคลาสสิกอย่างที่สุดของ Maurice Lacroix ได้หวนกลับมาอีกครั้งในสเกลใหม่ที่พร้อมยกระดับความน่าดึงดูดใจได้มากยิ่งกว่าเดิม นาฬิกา 1975 Quartz ขนาด 33 มม. รุ่นใหม่นี้ ถ่ายทอดความงดงามอย่างประณีตผ่านสัดส่วนที่ได้สมดุล เหมาะสำหรับทุกข้อมือที่ให้คุณค่ากับความพิถีพิถันอันเหนือระดับ นาฬิกาประดับด้วยเพชรแท้ หน้าปัดขัดเงาแบบซันบรัช รังสรรค์ขึ้นจากเปลือกหอยมุกสีชมพูหรือสีขาว และโดดเด่นด้วยสไตล์ทูโทน: ทั้งแปดรุ่นถ่ายทอดความประทับใจให้กับโลกแห่งเรือนเวลาได้อย่างงดงามและไร้ที่ติ

ใหม่ - 1975 Quartz 33mm ใหม่ - 1975 Quartz 33mm

ใหม่ - 1975 Quartz 33mm

นาฬิกาในคอลเล็กชัน 1975 ที่ขึ้นชื่อว่ามีความคลาสสิกอย่างที่สุดของ Maurice Lacroix ได้หวนกลับมาอีกครั้งในสเกลใหม่ที่พร้อมยกระดับความน่าดึงดูดใจได้มากยิ่งกว่าเดิม นาฬิกา 1975 Quartz ขนาด 33 มม. รุ่นใหม่นี้ ถ่ายทอดความงดงามอย่างประณีตผ่านสัดส่วนที่ได้สมดุล เหมาะสำหรับทุกข้อมือที่ให้คุณค่ากับความพิถีพิถันอันเหนือระดับ นาฬิกาประดับด้วยเพชรแท้ หน้าปัดขัดเงาแบบซันบรัช รังสรรค์ขึ้นจากเปลือกหอยมุกสีชมพูหรือสีขาว และโดดเด่นด้วยสไตล์ทูโทน: ทั้งแปดรุ่นถ่ายทอดความประทับใจให้กับโลกแห่งเรือนเวลาได้อย่างงดงามและไร้ที่ติ

คอลเล็กชัน 1975 ซึ่งเปิดตัวในปี 2025 ได้รับการรังสรรค์ขึ้นเพื่อเฉลิมฉลองวาระครบรอบ 50 ปีของ Maurice Lacroix นาฬิการุ่นนี้ถือกำเนิดจากการศึกษาวิจัยอย่างละเอียดในคลังข้อมูลการผลิตของแบรนด์ โดยได้รับแรงบันดาลใจจากความงามสไตล์วินเทจ ซึ่งถอดแบบจิตวิญญาณมาจากนาฬิการุ่น Les Classiques อันเป็นเอกลักษณ์ที่เปิดตัวในปี 1988 ความเชี่ยวชาญอันร่วมสมัยของ Maurice Lacroix คือหัวใจสำคัญของนาฬิกาในคอลเล็กชัน 1975 ซึ่งผสานความเรโทรโมเดิร์นเข้ากับความแม่นยำ ความน่าเชื่อถือ และความทนทานได้อย่างกลมกลืน การคัดสรรวัสดุคุณภาพสูงและการตกแต่งอย่างประณีตบรรจงของนาฬิกาในคอลเล็กชันนี้ ตอกย้ำให้เห็นถึงความมุ่งมั่นอันยาวนานของผู้ผลิตนาฬิกาสวิสอย่าง Maurice Lacroix ในการรังสรรค์เรือนเวลาชั้นเลิศ ควบคู่ไปกับการถ่ายทอดคุณค่าอันสูงส่งซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์อย่างแท้จริง

นาฬิกา 1975 Quartz ขนาด 33 มม. คือรุ่นใหม่ล่าสุดในคอลเล็กชัน 1975 ซึ่งรังสรรค์ขึ้นสำหรับผู้หลงใหลในเรือนเวลาที่ผสานเสน่ห์แห่งความคลาสสิกเข้ากับความร่วมสมัยได้อย่างลงตัว และด้วยความเป็นเลิศจากกระบวนการผลิตของแบรนด์ ทำให้ความงดงามอันประณีตได้ถูกถ่ายทอดออกมาอย่างสอดคล้องกับความคลาสสิกและความเหนือกาลเวลาของคอลเล็กชันนี้

ขอบตัวเรือนขัดเงาที่มีเส้นโค้งได้สมดุลอย่างไร้ที่ติ ช่วยขับเน้นส่วนกรอบหน้าปัดนาฬิกาให้ดูโดดเด่นสง่างาม สำหรับรุ่นที่หรูหราที่สุด ขอบตัวเรือนจะมีความเปล่งประกายจากเพชรธรรมชาติจำนวน 60 เม็ด น้ำหนักรวม 0.67 กะรัต ซึ่งได้รับการรับรองแหล่งที่มาอย่างมีความรับผิดชอบโดย Responsible Jewellery Council (RJC) ส่วนรุ่นที่ไม่ได้ประดับอัญมณี จะมาพร้อมหน้าปัดสีเงินที่ผ่านการแต่งผิวแบบซันบรัชอย่างประณีต อันเป็นเอกลักษณ์ของคอลเล็กชัน 1975 เพื่อให้เกิดประกายแวววาวอย่างนุ่มนวล สำหรับรุ่นที่ประดับอัญมณี หน้าปัดจะได้รับการตกแต่งด้วยเปลือกหอยมุกสีขาวหรือสีชมพู ซึ่งเป็นวัสดุอินทรีย์อันทรงคุณค่าที่มีเฉดสีเหลือบแสงเป็นเอกลักษณ์ อันถือกำเนิดมาจากความงดงามแห่งท้องทะเล

รุ่นที่ประดับอัญมณีจะประกอบด้วยเพชรที่ได้รับการรับรองจาก Responsible Jewellery Council (RJC) จำนวน 12 เม็ด น้ำหนักรวม 0.08 กะรัต ซึ่งทำหน้าที่เป็นเครื่องหมายบอกชั่วโมงและช่วยเพิ่มประกายความงดงามอย่างสง่างามให้กับหน้าปัด สำหรับรุ่นอื่นๆ หลักบอกชั่วโมงจะมาในทรงเหลี่ยมขัดเพชร ซึ่งถอดแบบมาจากรูปทรงสี่เหลี่ยมขนมเปียกปูนอันเป็นเอกลักษณ์ของคอลเล็กชัน 1975 โดยรูปทรงสี่เหลี่ยมคางหมูยาวดังกล่าวยังสอดรับอย่างลงตัวกับเข็มชั่วโมงและเข็มนาทีในสไตล์ Dauphine อีกด้วย นอกจากนี้ยังมีเข็มวินาทีตรงกลางและขีดบอกนาทีรอบขอบหน้าปัดที่เรียบหรูในสไตล์มินิมอล ช่วยให้การอ่านเวลาเป็นไปอย่างชัดเจนและแม่นยำ สำหรับรุ่นทูโทน การเคลือบ PVD 2N สีทองช่วยขับเน้นความโดดเด่นให้กับเข็มนาฬิกาและหลักบอกชั่วโมง ทั้งยังสอดประสานกับขอบตัวเรือนในโทนสีเดียวกันได้อย่างกลมกลืน ขณะที่ช่องแสดงวันที่ขนาดเล็ก ณ ตำแหน่ง 3 นาฬิกา ได้เข้ามาช่วยเติมเต็มฟังก์ชันการใช้งานที่สะดวกสบายและเป็นที่ชื่นชอบสำหรับการใช้งานในชีวิตประจำวัน

ด้วยความหนาเพียง 8.4 มม. และคุณสมบัติกันน้ำลึก 10 เมตร ทำให้ตัวเรือนของนาฬิกา 1975 Quartz ขนาด 33 มม. ผ่านข้อกำหนดอันเข้มงวดภายใต้ ‘มาตรฐานระดับมาสเตอร์พีซ’ ของ Maurice Lacroix ได้อย่างสมบูรณ์แบบ การแต่งผิวสลับกันระหว่างการขัดมันและการปัดเงาอย่างมีชั้นเชิง ทำให้การจับและสะท้อนแสงเป็นไปอย่างงดงามโดยเฉพาะเมื่อสวมใส่บนข้อมือ ความใส่ใจในรายละเอียดปรากฏให้เห็นในทุกองค์ประกอบ อาทิ ขาตัวเรือนที่แต่งผิวด้านบนแบบซาติน และเน้นขอบมุมด้วยการขัดเงาอย่างประณีตบรรจง การผสมผสานอันละเอียดอ่อนนี้สะท้อนถึงงานฝีมือขั้นสูง และเป็นผลลัพธ์ของความแม่นยำอย่างแท้จริงในการรังสรรค์เรือนเวลา

ความสมดุลด้านสุนทรียศาสตร์นี้ยังถ่ายทอดต่อเนื่องไปถึงสายโลหะห้าแถวที่ออกแบบขึ้นเป็นพิเศษสำหรับคอลเล็กชัน 1975 ด้วย ตัวสายรังสรรค์ขึ้นจากสเตนเลสสตีลมาพร้อมชุดตัวล็อกแบบผีเสื้อที่โอบรับข้อมือได้อย่างกระชับ มอบความสบายได้อย่างสูงสุดเมื่อสวมใส่ ขณะที่ข้อสายด้านนอกแต่งผิวแบบซาตินและจัดวางให้ล้อมกรอบข้อสายตรงกลางสามข้อที่ผ่านการขัดเงาอย่างงดงาม สำหรับรุ่นทูโทน การเคลือบ PVD 2N สีทองช่วยสร้างความตัดกันได้อย่างโดดเด่น เสริมบุคลิกที่ได้แรงบันดาลใจจากสไตล์วินเทจให้เด่นชัดยิ่งขึ้น นอกจากนี้ยังมีรุ่นหน้าปัดเปลือกหอยมุกสีขาวหรือสีชมพูพร้อมสายหนังที่เข้าชุดกันให้เลือกด้วย โดยสายหนังจะประทับตราโลโก้ Maurice Lacroix แบบปั๊มนูนในดีไซน์ใหม่ เพื่อเฉลิมฉลองวาระครบรอบ 50 ปีของแบรนด์ และมาพร้อมตัวล็อกสายในแบบหัวเข็มขัด ตัวสายทุกแบบมาพร้อมระบบ Easy Strap Exchange ที่เป็นเอกสิทธิ์เฉพาะของแบรนด์ ซึ่งออกแบบมาเพื่อความคล่องตัวในชีวิตประจำวัน เพื่อให้คุณสามารถเปลี่ยนสายได้อย่างรวดเร็ว สะดวก และไม่ต้องใช้เครื่องมือได้บ่อยครั้งเท่าที่ต้องการ