21 มิถุนายน 2026

Pontos S Solar
พลังแสงอาทิตย์เต็มพิกัด

เร็วกว่าที่เคย ก้าวไปให้ไกลยิ่งขึ้น พร้อมปลุกเร้าอะดรีนาลีนให้พลุ่งพล่านขั้นสุด มอริส ลาครัวซ์ (Maurice Lacroix) ขอ เชิญคุณพุ่งทะยานเข้าสู่ทุกความท้าทายไปกับ Pontos S Solar เรือเวลาสปอร์ตใหม่ล่าสุดที่ขับเคลื่อนด้วยสุดยอดกลไกสวิสควอตซ์พลังงานแสงอาทิตย์ เปลี่ยนทุกแสงสว่างให้เป็นพลังขับเคลื่ออันไร้ขีดจำ กัด โดดเด่นด้วยความแม่นยำแข็งแกร่งทนทาน พร้อมประสิทธิภาพการกันน้ำ ลึกถึง 200 เมตร เรือนเวลาสปอร์ตรุ่นนี้ซึ่งนำ เสนอทั้งในรุ่น 3 เข็มและโครโนกราฟ พร้อมยืนหยัดอย่างมั่นคงแม้ในสภาวะกดดัน และรับมือกับทุกขีดจำ กัดได้อย่าสมบูรณ์แบบ

ใหม่ - Pontos S Solar ใหม่ - Pontos S Solar

ใหม่ - Pontos S Solar

เร็วกว่าที่เคย ก้าวไปให้ไกลยิ่งขึ้น พร้อมปลุกเร้าอะดรีนาลีนให้พลุ่งพล่านขั้นสุด มอริส ลาครัวซ์ (Maurice Lacroix) ขอ เชิญคุณพุ่งทะยานเข้าสู่ทุกความท้าทายไปกับ Pontos S Solar เรือเวลาสปอร์ตใหม่ล่าสุดที่ขับเคลื่อนด้วยสุดยอดกลไกสวิสควอตซ์พลังงานแสงอาทิตย์ เปลี่ยนทุกแสงสว่างให้เป็นพลังขับเคลื่ออันไร้ขีดจำ กัด โดดเด่นด้วยความแม่นยำแข็งแกร่งทนทาน พร้อมประสิทธิภาพการกันน้ำ ลึกถึง 200 เมตร เรือนเวลาสปอร์ตรุ่นนี้ซึ่งนำ เสนอทั้งในรุ่น 3 เข็มและโครโนกราฟ พร้อมยืนหยัดอย่างมั่นคงแม้ในสภาวะกดดัน และรับมือกับทุกขีดจำ กัดได้อย่าสมบูรณ์แบบ

ประสิทธิภาพแห่งกลไกสวิสควอตซ์พลังงานแสงอาทิตย์ ดวงอาทิตย์ที่เคลื่อนคล้อยเหนือฟากฟ้า คือสัญลักษณ์ของพลังงานอันไม่หยุดนิ่ง แม่นยำ และไร้ขีดจำ กัด แรงบันดาลใจนี้ สะท้อนอยู่ใน Pontos คอลเลกชันนาฬิกาสปอร์ตทางน้ำ อันโดดเด่นของ มอริส ลาครัวซ์ ที่ครั้งนี้ได้นำ เสนอกลไกสวิสควอตซ์ พลังงานแสงอาทิตย์ (Swiss solar quartz) เป็นครั้งแรก เทคโนโลยีล้ำ สมัยซึ่งสะท้อนเจตนารมณ์ของแบรนด์ในการผสานความเชี่ยวชาญแห่งเรือนเวลาสวิสเข้ากับคุณค่าเหนือระดับที่เข้าถึงได้อย่างแท้จริงPontos S Solar ขับเคลื่อนด้วยกลไก Ronda 215 รุ่นใหม่ล่าสุด ขณะที่ Pontos S Solar Chronograph ใช้กลไก Ronda 2040.D ทั้งหมดได้รับการออกแบบและพัฒนาในสวิตเซอร์แลนด์ เพื่อหลอมรวมควาเที่ยงตรงเข้ากับความทนทานอย่างลงตัว สามารถสำ รองพลังงานได้นานถึง 8 เดือนในรุ่นสามเข็ม และ 5 เดือนในรุ่นโครโนกราฟพร้อมอายุการใช้งานยาวนานกว่า 10 ปีโดยไม่ต้องเปลี่ยนแบตเตอรี่ ก้าวข้ามขีดจำ กัดของกลไกควอตซ์แบบดั้งเดิมอย่าแท้จริง

เรือนเวลาสปอร์ตอย่างแท้จริง ไม่ว่าจะใต้น้ำ หรือบนผิวน้ำ Pontos S Solar สะท้อนสมรรถนะและจิตวิญญาณแห่งท้องทะเลได้อย่างสมบูรณ์แบบ พร้อมคง เอกลักษณ์ของนาฬิกาดำ น้ำ ไว้อย่างครบถ้วน ทั้งขอบตัวเรือนอะลูมิเนียมแบบหมุนทิศทางเดียว การอ่านค่าเวลาที่ชัดเจนสูงสุด ตัวเรือนสแตนเลสสตีลแข็งแกร่งพร้อมขาตัวเรือนเอกลักษณ์ของ Pontos เม็ดมะยมแบบขันเกลียวพร้อมบ่ปกป้อง และฝาหลังสลักลวดลายเข็มทิศเดินเรือและเกลียวคลื่น กันน้ำ ลึกถึง 200 เมตร เรือนเวลาที่สร้างขึ้นเพื่อทุกความท้าทาย

เริงระบำ ไปกับแสงสว่าง เฉกเช่นเดียวกับแสงอาทิตย์ที่เติมพลังให้ผู้คนที่ใช้ชีวิตอย่างไม่หยุดนิ่ง แสงสว่างก็ปลุกให้ PONTOS S SOLAR มีชีวิตขึ้นมาเช่นกัน แสงที่ส่องผ่านหน้าปัดแบบสโมคจะหล่อเลี้ยงกลไกพลังงานแสงอาทิตย์ ขณะที่พลังงานเดียวกันยังช่วยกระตุ้สารเรืองแสง SUPER-LUMINOVA ให้เปล่งประกายชัดเจนเมื่อความมืดมาเยือนเพื่อให้การอ่านเวลาเป็นไปอย่างฉับไว มอริส ลาครัวซ์ เลือกใช้สารเรืองแสงสองสี ได้แก่ สีน้ำ เงิน สำ หรับเข็มนาทีและสเกล 15 นาทีแรกบนขอบตัวเรือน และ สีเขียว สำ หรับเข็มชั่วโมง หลักชั่วโมง และเครื่องหมายอื่น ๆ สร้างลำดับการมองเห็นที่เป็นธรรมชาติและมีประสิทธิภาพสูง แรงสั่นสะเทือนแห่งสีฟลูออเรสเซนต์ มอริส ลาครัวซ์ เปิดตัว Pontos S Solar รุ่นลิมิเต็ด เอดิชัน 2 รุ่น ที่โดดเด่นด้วยสีสันฟลูออเรสเซนต์อันมีชีวิตชีวา ตัดกับหน้าปัด สีดำ และตัวเรือนขัดเงาสลับขัดด้านแบบซาติน เคลือบ Gun DLC สี กันเมทัลอย่างสง่างาม Pontos S Solar เติมพลังด้วยสีเขียวฟลูออเรสเซนต์ ปรากฏบนขอบหน้าปัดด้านในที่ประดับสเกลนาที ขอบเข็มนาที และปลายเข็มวินาที พร้อมจับคู่กับสายนาฬิกายางสีเดียวกัน ขณะที่ Pontos S Solar Chronograph โดดเด่นด้วยสีส้มสดใส ซึ่งขยายไปถึงเข็มของหน้าปัดย่อยจับเวลา 30 นาที ณ ตำ แหน่ง 9 นาฬิกา และหน้าปัดย่อย 1/10 วินาที ณ ตำ แหน่ง 6 นาฬิกา นอกเหนือจากรุ่นพิเศษเหล่านี้ ยังมี Pontos S Solar และ Pontos S Solar Chronograph พร้อมหน้าปัดสีดำ หรือสีน้ำ เงิน จับคู่กับขอบตัวเรือนอะลูมิเนียมสีดำ สีน้ำ เงิน หรือสีเขียวอย่างลงตัว นาฬิกาทุกรุ่นมาพร้อมระบบสายรัดที่สามารถเปลี่ยนได้ง่ายโดยไม่ต้องใช้เครื่องมือ ระหว่างสายยางลายนูนชื่อแบรนด์หรือสายสแตนเลสสตีลแบบ 5 ข้อต่อที่ผสานการขัดเงาและขัดด้านอย่าง ประณีต

ด้วยความหนาเพียง 8.4 มม. และคุณสมบัติกันน้ำลึก 10 เมตร ทำให้ตัวเรือนของนาฬิกา 1975 Quartz ขนาด 33 มม. ผ่านข้อกำหนดอันเข้มงวดภายใต้ ‘มาตรฐานระดับมาสเตอร์พีซ’ ของ Maurice Lacroix ได้อย่างสมบูรณ์แบบ การแต่งผิวสลับกันระหว่างการขัดมันและการปัดเงาอย่างมีชั้นเชิง ทำให้การจับและสะท้อนแสงเป็นไปอย่างงดงามโดยเฉพาะเมื่อสวมใส่บนข้อมือ ความใส่ใจในรายละเอียดปรากฏให้เห็นในทุกองค์ประกอบ อาทิ ขาตัวเรือนที่แต่งผิวด้านบนแบบซาติน และเน้นขอบมุมด้วยการขัดเงาอย่างประณีตบรรจง การผสมผสานอันละเอียดอ่อนนี้สะท้อนถึงงานฝีมือขั้นสูง และเป็นผลลัพธ์ของความแม่นยำอย่างแท้จริงในการรังสรรค์เรือนเวลา

ความสมดุลด้านสุนทรียศาสตร์นี้ยังถ่ายทอดต่อเนื่องไปถึงสายโลหะห้าแถวที่ออกแบบขึ้นเป็นพิเศษสำหรับคอลเล็กชัน 1975 ด้วย ตัวสายรังสรรค์ขึ้นจากสเตนเลสสตีลมาพร้อมชุดตัวล็อกแบบผีเสื้อที่โอบรับข้อมือได้อย่างกระชับ มอบความสบายได้อย่างสูงสุดเมื่อสวมใส่ ขณะที่ข้อสายด้านนอกแต่งผิวแบบซาตินและจัดวางให้ล้อมกรอบข้อสายตรงกลางสามข้อที่ผ่านการขัดเงาอย่างงดงาม สำหรับรุ่นทูโทน การเคลือบ PVD 2N สีทองช่วยสร้างความตัดกันได้อย่างโดดเด่น เสริมบุคลิกที่ได้แรงบันดาลใจจากสไตล์วินเทจให้เด่นชัดยิ่งขึ้น นอกจากนี้ยังมีรุ่นหน้าปัดเปลือกหอยมุกสีขาวหรือสีชมพูพร้อมสายหนังที่เข้าชุดกันให้เลือกด้วย โดยสายหนังจะประทับตราโลโก้ Maurice Lacroix แบบปั๊มนูนในดีไซน์ใหม่ เพื่อเฉลิมฉลองวาระครบรอบ 50 ปีของแบรนด์ และมาพร้อมตัวล็อกสายในแบบหัวเข็มขัด ตัวสายทุกแบบมาพร้อมระบบ Easy Strap Exchange ที่เป็นเอกสิทธิ์เฉพาะของแบรนด์ ซึ่งออกแบบมาเพื่อความคล่องตัวในชีวิตประจำวัน เพื่อให้คุณสามารถเปลี่ยนสายได้อย่างรวดเร็ว สะดวก และไม่ต้องใช้เครื่องมือได้บ่อยครั้งเท่าที่ต้องการ