13 มกราคม 2026

1975 Master Grand Date Retrograde

เป็นเวลานานกว่า 25 ปี ที่มอริส ลาครัวซ์ (Maurice Lacroix) ได้รังสรรค์การบอกเวลาแบบ Retrograde ซึ่งเป็นความพิเศษที่หาได้ยากที่กลายมาเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ ในโอกาสนี้ สถานที่ผลิตใน Saignelégier จึงเผยโฉมกลไก Masterpiece รุ่นที่ 26 ที่มาพร้อมการบอก เวลาแบบ Retrograde ในช่วงกลางวัน ช่องแสดงวันที่ขนาดใหญ่ และจอแสดงผลแบบ สเกเลตันที่สะดุดดตา นาฬิการุ่น 1975 Master Grand Date Retrograde มอบความเป็นเลิศ ที่เข้าถึงได้และเคารพมรดกอันล้ำค่าของแบรนด์ และมอบมุมมองใหม่ในด้านของเวลา

ค้นพบ - 1975 Master Grand Date Retrograde ค้นพบ - 1975 Master Grand Date Retrograde

ค้นพบ - 1975 Master Grand Date Retrograde

เป็นเวลานานกว่า 25 ปี ที่มอริส ลาครัวซ์ (Maurice Lacroix) ได้รังสรรค์การบอกเวลาแบบ Retrograde ซึ่งเป็นความพิเศษที่หาได้ยากที่กลายมาเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ ในโอกาสนี้ สถานที่ผลิตใน Saignelégier จึงเผยโฉมกลไก Masterpiece รุ่นที่ 26 ที่มาพร้อมการบอก เวลาแบบ Retrograde ในช่วงกลางวัน ช่องแสดงวันที่ขนาดใหญ่ และจอแสดงผลแบบ สเกเลตันที่สะดุดดตา นาฬิการุ่น 1975 Master Grand Date Retrograde มอบความเป็นเลิศ ที่เข้าถึงได้และเคารพมรดกอันล้ำค่าของแบรนด์ และมอบมุมมองใหม่ในด้านของเวลา

นับตั้งแต่ก่อตั้งขึ้นในปี 1975 มอริส ลาครัวซ์ได้ให้กำเนิดนาฬิกาหลายเรือนที่ได้ออกแบบการบอกเวลา ขึ้นใหม่ ในปี 1999 แบรนด์ได้เปิดตัวรุ่น Calendar Retrograde และอีกสามปีต่อมาก็ได้เปิดตัวรุ่น Double Retrograde (2002) ซึ่งทั้งสองรุ่นมีกลไกที่เป็นกรรมสิทธิ์ของแบรนด์ ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ทางบริษัทได้รวบรวมความเชี่ยวชาญมากมายในการสร้างนาฬิกาที่มีระบบคอมพลิเคชั่นนี้ ทำให้มั่นใจ ได้ว่าแต่ละรุ่นจะมอบฟังก์ชันการทำงาน การอ่านค่า และความน่าเชื่อถือได้ตามที่ต้องการ แม้ว่าการบอก เวลาแบบ Retrograde จะค่อนข้างหาได้ยากในอุตสาหกรรมนาฬิกา แต่มอริส ลาครัวซ์ก็กลายเป็น สัญลักษณ์ของระบบคอมพลิเคชั่นนี้ไปแล้ว

ในตอนนี้ แบรนด์จาก Franches-Montagnes ยินดีที่จะเปิดตัวนาฬิการุ่นใหม่ 1975 Master Grand Date Retrograde โดยรุ่นนี้มาพร้อมกระจกแซฟไฟร์ที่จะดูดซับแสง ช่วยให้อ่านค่าได้ง่ายขึ้น นอกจากนี้ยังมีการบอกเวลาแบบ Retrograde พร้อมกับช่องแสดงวันที่ขนาดใหญ่

ทีมงานฝ่ายสร้างสรรค์ที่มอริส ลาครัวซ์พยายามสร้างนาฬิกาที่มีความสวยงามและฟังก์ชันการทำงาน ที่ได้รับการปรับให้เหมาะสมอย่างเต็มที่ โดยใช้ความเชี่ยวชาญทางเทคนิคทั้งหมดของแบรนด์ รุ่น 1975 Master Grand Date Retrograde คือสิ่งทีได้จากการทำงานอย่างละเอียดถี่ถ้วนนี้ ที่มาพร้อมจอแสดง ผลแบบสเกเลตันซึ่งเผยให้เห็นส่วนประกอบหลายชิ้นที่ปกติแล้วจะซ่อนไม่ให้เห็น

ด้านล่างของเมนเพลตสามารถมองเห็นได้จากด้านหน้าและมีผิวสัมผัสแบบพ่นทรายพร้อมเคลือบโรเดียมสีดำ ช่วยในการเน้นความสำคัญของการบอกเวลาที่วางไว้ด้านบน บริดจ์ลาย Trait tirée ที่มีผิวสัมผัส โรเดียมจะวางอยู่บนเมนเพลต ทำให้เกิดความแตกต่างของโทนสี เข็มบอกชั่วโมงและนาทีทรงสี่เหลี่ยม คางหมูบรรจุสาร Super-Luminova สีขาว®️ และขอบด้านนอกชุบโรเดียมที่ล้อมรอบหน้าปัด

ในระหว่างกระบวนการพัฒนา ผู้ผลิตได้ทดลองออกแบบบริดจ์บริเวณด้านหน้าของนาฬิกา โดยมีการ ปรับแต่งความหนาของบริดจ์ พิจารณาให้มีความสมมาตรและให้แน่ใจว่าหน้าปัดนาฬิกาสามารถใช้งาน ได้อย่างเต็มที่ เมื่อมองจากด้านข้าง กล่องกระจกแซฟไฟร์จะเผยให้เห็นการจัดระดับอันน่าทึ่ง อันที่จริงแล้ว มุมมองด้านข้างเผยให้เห็นความลึก สีสัน พื้นผิว และมุมต่างๆ ตลอดจนกระบวนการทาง กลไกหลายอย่างที่กำลังทำงานอยู่ ด้วยแนวทางแบบองค์รวมในการออกแบบของแบรนด์นี้เองที่ทำให้ นาฬิการุ่นนี้มีความงดงามอย่างกลมกลืน

คุณลักษณะที่โดดเด่นของนาฬิกานี้คือความสามารถในการสื่อสารกับผู้สวมใส่ได้อย่างชัดเจน ด้วยความรู้ ความชำนาญในการผลิตนาฬิกา AIKON Master Grand Date มอริส ลาครัวซ์จึงได้นำเอาช่องแสดง วันที่ขนาดใหญ่มาใช้กับนาฬิการุ่นใหม่ล่าสุดนี้ การใช้ดิสก์สองแผ่นเพื่อแสดงหลักสิบและหลักหน่วยนั้น ทำให้สามารถอ่านค่าจากหน้าปัดได้ง่าย นอกจากนี้ดิสก์วันที่ยังได้รับการเปิดเผยอย่างเต็มรูปแบบ ทำให้ ผู้สวมใส่ได้เห็นการทำงานของกลไกที่น่าทึ่ง ในทำนองเดียวกัน ช่องแสดงผลแบบ Retrograde ที่อยู่ใน ส่วนล่างของหน้าปัดจะระบุวันในรูปแบบที่ใช้งานได้ง่าย เข็มนาฬิกาสีน้ำเงินจะเริ่มการเดินทางราย สัปดาห์ โดยชี้ไปที่ 'วันจันทร์' ก่อนที่จะหมุนไปด้านขวาในภายหลัง ในที่สุด เมื่อถึงจุดสิ้นสุดและ วันอาทิตย์ผ่านไป เข็มก็จะกลับไปด้านซ้ายและวงจรของสัปดาห์ใหม่ก็จะเริ่มขึ้น

ในเวลาเพียง 50 ปี มอริส ลาครัวซ์ได้รังสรรค์กลไก 26 Masterpiece อันโดดเด่นขึ้นมา นอกเหนือจากนี้ ยังได้ผลิตกลไกภายในองค์กรขึ้นมากมาย ที่มีฟังก์ชันการทำงานและให้ความรู้สึกถึงความยิ่งใหญ่ ของโรงละคร ในโอกาสนี้ สถานที่ผลิตในชูราก็ได้ผลิตโมดูลภายในองค์กรที่ผสมผสานระบบ คอมพลิเคชั่นสองประการ คือ 'Grand Date' และ 'การแสดงผลแบบ Retrograde’ เข้าด้วยกัน ตัวเรือน สแตนเลสขนาด 42 มม. โดดเด่นด้วยการผสมผสานระหว่างพื้นผิวแบบด้านและขัดเงาที่มาพร้อมฝาหลัง ที่สามารถมองทะลุได้ ซึ่งจะช่วยให้มองเห็นกลไก Masterpiece ML302 ที่ตกแต่งด้วยพื้นผิวที่ หลากหลาย เช่น Côtes de Genève ลวดลายเพอร์เลจ และโคลิมาซอง

นาฬิกาเรือนนี้มาพร้อมกับสายนาฬิกาหนังลูกวัวสีดำที่มีพื้นผิวคล้ายหนังจระเข้และประทับโลโก้รูปตัว M ด้วยระบบเปลี่ยนสายนาฬิกาแบบง่ายของมอริส ลาครัวซ์ ช่วยให้ผู้สวมใส่สามารถปรับเปลี่ยนรูปลักษณ์ ของนาฬิกาได้ด้วยการกดง่ายๆ เพียงไม่กี่ครั้ง โดยไม่ต้องใช้อุปกรณ์

ใหม่
รุ่นพิเศษ