20 พฤศจิกายน 2025
AIKON-IC Master Triple Retrograde
ในโลกแห่งการผลิตนาฬิกาชั้นเยี่ยม การบอกเวลาในแบบเรโทรเกรดยังคงเป็นสิ่งที่หาได้ยาก ตลอดหลายปีที่ ผ่านมาแบรนด์ มอริส ลาครัวซ์ (Maurice Lacroix) ซึ่งเป็นที่รู้จักกันในด้านการบอก เวลาด้วยเทคนิค ที่ล้ำสมัย ได้คิดค้นการบอกเวลาแบบเรโทรเกรด โดยใช้ความรู้ที่หลากหลายในด้านการ ผลิตนาฬิกาของ แบรนด์ ตอนนี้แบรนด์จาก Franches Montagnes มีความยินดีที่จะเปิดตัว AIKON-IC Master Triple Retrograde เรือนเวลาที่แสดงถึง ’งานฝีมืออันล้ำสมัย’ และมาพร้อมการบอกเวลาแบบ เรโทรเกรดถึงสามรูปแบบ แม้ว่าชื่อของรุ่นนี้จะมีคำว่า ‘retrograde’ แต่อย่าหลงกลกับคำว่า ย้อนกลับ เพราะนาฬิการุ่นนี้มีอนาคตข้างหน้าที่สดใสมากเลยทีเดียว
Retrograde ทั้งสามแบบ: หนึ่งก้าวไปสู่อนาคต
แม้ว่า มอริส ลาครัวซ์ที่กำลังจะเฉลิมฉลองการครบรอบ 50 ปี ด้วยความรู้สึกภาคภูมิใจอย่างยิ่งกับผลงานและ ความสำเร็จที่โดดเด่น แต่ถึงอย่างนั้น บริษัทก็ยังคงที่จะมองไปข้างหน้า โดยคิดถึงแต่ละบทของเรื่องราวต่อไป ในอนาคต หลักสำคัญในการบรรลุเป้าหมายคือ การได้ส่งมอบเรือนเวลาอันน่าตื่นเต้น ที่ผสมผสานความคิด สร้างสรรค์และแบบฉบับในการผลิตนาฬิกาของสวิส พร้อมกับความเป็นเลิศที่สัมผัสได้ โดยแบรนด์สวิสได้แสดง ให้เห็นถึงความสามารถอันน่าทึ่งในการคิดค้นวิธีใหม่ที่เหนือจินตนาการในการบอกเวลา ตั้งแต่วงล้อรูปสี่เหลี่ยม และรูปใบโคลเวอร์ไปจนถึงเข็มวินาทีแบบมิสทีเรียสที่ดูเหมือนลอยอยู่กลางอากาศ แต่ที่สำคัญสุด มอริส ลาครัวซ์ เองก็มีชื่อเสียงมาจากการบอกเวลาในรูปแบบเรโทรเกรด ด้วยระบบคอมพลิเคชั่นนี้ เข็มนาฬิกาแบบเดี่ยวจะ เคลื่อนที่ไปตามเส้นโค้งในลักษณะเส้นตรงไปจนถึงจุดสิ้นสุด จากนั้นในชั่วพริบตา ก็จะกลับมาสู่จุดเริ่มต้นและ เริ่มเดินใหม่ ในปี 1999 มอริส ลาครัวซ์ได้เปิดตัวนาฬิการุ่น Calendar Retrograde และอีกสามปีต่อมาก็เปิดตัวรุ่น Double Retrograde (2002) โดยทั้งสองรุ่นนี้ต่างก็มาพร้อมกับระบบกลไกที่เป็นกรรมสิทธิ์ ในตอนนี้ มอริส ลาครัวซ์ ได้เผยโฉมนาฬิกา AIKON-IC Master Triple Retrograde ซึ่งเป็นรุ่นใหม่ที่รวมเอา 'งานฝีมืออันล้ำสมัย' ที่ผสมผสานวัสดุและเทคโนโลยีที่ทันสมัยที่สุดเข้ากับระบบคอมพลิเคชั่นอันเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์
หน้าปัดแอนทราไซต์ตกแต่งด้วยการขัดด้านแบบแนวตั้ง โอบล้อมองค์ประกอบแบบสเกเลตันด้วยช่อง 4 ช่อง โดยแต่ละช่องเผยให้เห็นแต่ละส่วนของเมนเพลทชุบโรเดียมของกลไก กลไกอัตโนมัติ ML291 ยังประดับด้วย ลวดลาย Côtes de Genève ซึ่งเป็นการตกแต่งแบบคลาสสิกที่ประกอบด้วยเส้นแนวตั้ง ณ ตำแหน่ง 9 นาฬิกา ของช่องบนหน้าปัดจะแสดงวินาทีขนาดเล็ก อีก 3 ช่องที่เหลือคือตัวบอกเวลาแบบเรโทรเกรด โดยจะแสดงเวลา ที่ประเทศบ้านเกิด (GMT) รวมถึงวันและวันที่ ช่องทั้งสี่มาพร้อมกับรางที่ขัดด้านเป็นลายวงกลมและการพิมพ์ด้วย ผงเงิน ซึ่งตัดกันอย่างน่าอัศจรรย์กับเส้นแนวตั้งที่อยู่ติดกัน นอกจากนี้ ตัวบอกเวลาแบบเรโทรเกรดทั้งหมดยังมี เข็มนาฬิกาและแร็คสีน้ำเงิน ในขณะที่ใช้บริดจ์แบบชุบโรเดียม ขัดด้านเป็นลายวงกลมและยึดด้วยสกรูขัดเงา กลไกระบบเรโทรเกรดที่เป็นกรรมสิทธิ์ถูกจัดวางในตำแหน่งที่เหมาะสมโดยหันไปทางขอบของกลไก ทำให้นาฬิกา มีหน้าปัดที่กว้างสามารถอ่านค่าได้ง่ายดาย ดูสมดุลและให้พื้นที่เพียงพอที่จะแสดงให้เห็นถึงระบบคอมพลิเคชั่นที่มี ประสิทธิภาพสูงสุด เข็มชั่วโมงและนาที (ตกแต่งด้วย Super-LumiNova®) พร้อมกับหลักชั่วโมง ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจมาจาก ตราที่ประดับขอบตัวเรือนของ AIKON นาฬิกาที่ขายดีที่สุดของมอริส ลาครัวซ์ หน้าปัดชุบโรเดียมและเต็มไปด้วย เส้นตรงกลางแบบพ่นทราย แสดงให้เห็นถึงความใส่ใจในรายละเอียดอย่างพิถีพิถันของแบรนด์ นาฬิกา AIKON-IC Master Triple Retrograde ผสมผสานลวดลายวงกลมและเส้นแนวตั้ง ในขณะเดียวกันก็นำเสนอส่วนประกอบใน ระดับต่างๆ ทำให้ช่องแสดงผลมีความลึกจึงช่วยเพิ่มความน่าดึงดูดใจได้ชัดเจนมากยิ่งขึ้น
ความงามอันน่าหลงใหลจะไม่เลือนหายไป
นาฬิกา AIKON-IC Master Triple Retrograde มาในกล่องนาฬิกาสแตนเลสขนาด 43 มม. ที่ผสานผิวแบบขัดด้าน และขัดเงาเข้าด้วยกัน มาพร้อมขอบตัวเรือนเซรามิกและกรงเล็บทั้ง 6 บนบาเซลที่กว้างเป็น 2 เท่าของ AIKON และดีไชน์ที่โดดเด่นของเม็ดมะยมเซรามิก เซรามิกแบบป้องกันรอยขีดข่วนและไม่ซีดจางเมื่อสัมผัสกับแสง UV ทำให้มั่นใจได้ว่าความงามของนาฬิกาจะไม่ลดลง
สายนาฬิกายึดเข้ากับตัวเรือนด้วยวัสดุที่แวววาว ในขณะที่ด้านข้างของตัวเรือนมีขอบเอียงหลากหลายแบบ (มุมเอียงที่เพิ่มขึ้น) ที่สามารถสะท้อนแสงได้ดี เพื่อให้แน่ใจว่าจะสามารถอ่านค่าบนหน้าปัดได้สูงสุด คริสตัลแซฟไฟร์จึงได้ผ่านการเคลือบป้องกันแสงสะท้อน โดยได้รับการปรับปรุงใหม่ จึงช่วยให้แสงผ่านได้ อย่างดีเยี่ยม และทนทานต่อน้ำทะเลได้ดีขึ้น
ระบบ ML Easy Change ที่ได้รับการจดสิทธิบัตร
นาฬิกาจะมาพร้อมสายข้อมือยางสีดำที่มีแถบและโลโก้ยางรูปตัว M สีดำ มาพร้อมกับระบบ ML Easy Change ที่จดสิทธิบัตรใหม่ ช่วยให้ผู้สวมใส่สามารถถอดสายนาฬิกาออกและสลับสายใหม่โดยไม่ต้องใช้อุปกรณ์ ซึ่งยังคง รักษาความเรียบเนียนไปกับตัวเรือนได้ โดยไม่มีตะขอหรือก้านให้เห็น เมื่อแถวกลางของข้อต่ออยู่ตรงกับตัวเรือน ข้อต่อจะหมุนได้ ทำให้สายข้อมือแยกออกจากตัวนาฬิกา การติดตั้งสายนาฬิกาใหม่ทำได้ง่ายเพียงแค่ให้ผู้สวมใส่ จัดวางสายให้ถูกตำแหน่งและดันกลับเข้าที่เดิมจนล็อกเข้าที่